Skip to Content

ดือเนาะตีปู ภูมิปัญญาหรือ ??? แห่งอ่าวปัตตานี

รูปภาพของ Somsak

          ดือเนาะตีปู เป็นภาษาท้องถิ่นที่ของคนที่บ้านตันหยงลูโละ และคิดว่าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ก็น่าจะใช้คำนี้เหมือนกัน ส่วนในพื้นที่อื่นๆ กระผมก็ไม่ทราบและไม่เคยพบเห็นมาก่อนเช่นกัน คำว่า ดือเนาะ หมายถึง ต่อหรือล่อ (ในที่นี้ไม่ใช่สัตว์นะครับ) ส่วนคำว่า ตีปู หมายถึง หลอก (คงไม่มีใครคิดถึงผีนะครับ) เมื่อนำความหมายมารวมกันกระผมคิดว่ามันน่าจะหมายถึง นกต่อหลอก หรือ นกล่อปลอม อะไรประมาณนี้

          ดือเนาะตีปู เป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ใช้ร่วมกับ กาจิ และเสียงล่อเรียกนก ของนักล่านกชายเลนในละแวกอ่าวปัตตานี ที่บ้านตันหยงลูโละ ลักษณะของดือเนาะตีปูเหมือนกับนกมีชีวิตมากๆ (ดูจากรูป) นักล่านกที่บ้านตันหยงลูโละ สร้างมันขึ้นมาจาก กาบมะพร้าว โดยการเหลาหรือเฉือน (ปาดหรือเลียด ที่บ้านกระผมใช้คำนี้) ให้เป็นตัวนก ส่วนหัว “แหลม” ลำตัวปล่อยให้กว้างหน่อย ส่วนหางกว้างน้อยกว่าลำตัวเล็กน้อย เฉือนด้านบนออกเล็กน้อยเพื่อให้แบนคล้ายหางนก ทำได้ทั้งนกขนาดเล็กและใหญ่ - ปากโค้ง ปากตรง ปากยาว และปากสั้น - ทั้งขายาวและขาสั้น เป็นต้น นอกจากนั้นพวกเขายังทำได้ทั้งนกยืนพัก และบินร่อนกำลังจะจอด โดยใช้กิ่งไม้หรือเหลาไม้ไผ่ตามขนาดที่ต้องการ

*** น่าจะเป็นนกเด้าดิน***

***น่าจะเป็นนกอีก๋อยเล็ก***

***น่าจะเป็นนกหัวโตหลังจุดสีทอง***

*** น่าจะเป็นนกทะเลขาแดง แต่ปากค่อนข้างโค้งไปหน่อย***

          จากรูปมีทั้งนกอีก๋อยเล็ก นกทะเลขาแดง นกหัวโตหลังจัดสีทอง และ นกเด้าดิน หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการสร้าง ต่อไปก็ถึงขั้นตอนการวางในนาเกลือหรือหาดเลน เมื่อวางเสร็จดือเนาะตีปูแต่ละตัวจะต้องทาด้วยโคลนเพื่อให้คล้ายคลึงกับนกและธรรมชาติให้มากที่สุดเสียก่อน

          การวางดือเนาะตีปูในพื้นที่ นักล่านกจะยึดหลักธรรมชาติของนก เช่น การยืนพัก การร่อน หรือรูปแบบการเดินหากินของนกในธรรมชาติ จะไม่วางสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะจะเสียเวลา

          เมื่อสิ้นสุดขั้นตอนการวางดือเนาะตีปูขั้นตอนต่อไปคือ การวางแร้ว หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า กาจิ มีลักษณะเป็นบ่วงที่มีเสา ผูกติดต่อกัน 50-60 บ่วง ต่อ 1 สาย ยาวประมาณ 2เมตร (ดูจากรูป) ในการวางแต่ละครั้งจะต้องใช้ 4-5 สาย บ่วงของกาจิทำมาจากสายเอ็น ส่วนเสาใช้ก้านมะพร้าว หรือไม้ไผ่ ขนาดของสายเอ็นและเสาที่ใช้จะขึ้นอยู่กับขนาดของนกที่ต้องการจับ

           ทิศทางหรือตำแหน่งการวางแร้วกับดือเนาะตีปู จะขึ้นอยู่กับทิศทางลมและทิศทางของนกที่จะลงในครั้งนั้นๆ (นักล่าจะเดาถูกว่าควรวางอย่างไร)

          เมื่อทุกขั้นตอนเสร็จ นักล่าจะถอยออกมาแอบสุ่มอยู่ใกล้ๆ เพื่อใช้เสียงล่อ ร้องเรียกนก เสียงล่อก็จะขึ้นกับว่าครั้งนี้พวกเขาต้องการนกอะไร

          ในอดีตในพื้นที่รอบอ่าวปัตตานีมีการดักนกหรือจับนกชายเลนอพยพกันมากในหลายพื้นที่ ด้วยวิธีการที่แตกต่างกันไปทั้งวางแร้ว วางตาข่าย ใช้หนังสติ๊ก หรือใช้ยางดักนก แต่เท่าที่ทราบในปัจจุบันมีเพียง 2พื้นที่ ที่ยังมีการใช้กาจิ คือ บ้านบางตาวา และบ้านตันหยงลูโละ เนื่องจากมีพื้นที่ที่เป็นหาดเลนที่บ้านบางตาวา และนาเกลือที่บ้านตันหยงลูโละ ส่วนการใช้ดือเนาะตีปูร่วมกับกาจิร่วมกับเสียงล่อนก คิดว่าน่าจะมีเฉพาะที่บ้านตันหยงลูโละเท่านั้น

          ทำไมอ่าวปัตตานีจึงเป็นพื้นที่ที่มีการล่านกกันตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากพื้นที่อ่าวปัตตานีเป็นแหล่งหยุดพักหาอาหารของนกอพยพจำนวนมากก่อนอพยพลงไปยังประเทศออสเตรเลีย รวมทั้งนกประจำถิ่นชนิดต่างๆ ด้วยอ่าวปัตตานีเป็นพื้นที่ที่มีแม่น้ำสองสาย คือ แม่น้ำยะหริ่ง (คลองยามู) และแม่น้ำปัตตานี ที่ช่วยพัดพาเอาตะกอน แร่ธาตุต่างๆ มารวมกันบริเวณอ่าว สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่เป็นอย่างมาก เป็นแหล่งอาหารให้สาหร่าย พืชน้ำต่างๆ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่มากมายหลายชนิด นอกจากนั้นยังมีพื้นที่หาดเลนที่กว้างขวาง ป่าชายเลนขนาดใหญ่บ้าง เล็กบ้าง กระจายอยู่ทั่วทั้งพื้นที่ และนาเกลือผืนใหญ่ในตำบลบานาและตำบลตันหยงลูโละ ทำให้มีอาหารและพื้นที่หากินอย่างเหลือเฟือสำหรับบริการกลุ่มประชากรนกเหล่านั้น และประชากรนกที่เข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่เหล่านี้ยังเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีของชุมชนในพื้นที่รอบอ่าว ซึ่ง ไม่ต้องเสียเงินชื้อ เอาเท่าไหร่ก็ได้เท่าที่มีความสามารถ ถ้าจับได้มากก็สามารถขายได้ด้วย

          การจับนกของคนในพื้นที่อ่าวปัตตานี โดยเฉพาะที่บ้านตันหยงลูโละ ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย หลายคนที่ยังจับอยู่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เหล่านี้จากคนรุ่นเก่าก่อน กว่าคนรุ่นนั้นจะประสบความสำเร็จจับนกได้ ต้องผ่านการลองผิดลองถูกกันมาอย่างมาก ซึ่งกระผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ควรจะเก็บรักษาเอาไว้ ถึงแม้นักอนุรักษ์นก นักดูนก หรือคนรักษ์นก จะมองในมุมตรงกันข้าม หลายปีที่ผ่านมามีการพูดคุยรณรงค์เรื่องการเลิกจับนกมาอย่างต่อเนื่อง โดยอาจารย์นุกูล และทีมงานบูรงตานี เพื่อดึงกลุ่มคนจับนกเข้ามาเป็นเครือข่าย ติดตามและเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของประชากรนกอพยพในพื้นที่อ่าวปัตตานี แต่วิธีการจับนกแบบนี้มันเป็นสมบัติของโลกไม่แพ้ไม้แขวนเสื้อเหมือนกันนะครับ

กะชีโว้

ความคิดเห็น

รูปภาพของ อิ่มอุ่น

เยี่ยม...

อ่านบทความของคุณกะชีโว้ทีไรได้เรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ ที่น่าสนใจทุกครั้ง และสำหรับข้อมูลของบทความนี้บอกได้คำเดียวว่า "เยี่ยม"

สุดยอดจริงๆ

รูปภาพของ soybean036

ของเล่นที่มีประโยชน์

เหมือนของเล่นเลยนะ แต่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ถ่ายทอดกันมา ใช้ในการประกอบอาชีพ (แต่สงสารนกที่โดนจับนะ) ยังไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีวิธีการแบบนี้ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ค่ะ ว่าแต่คราวหน้าขอมาเล่นสักตััวนะ

 

cheekycheeky

Princess Smile

รูปภาพของ Margarita

กาจิ ???

แล้วกาจิ คืออะไร หน้าตาเป็นอย่างไร  เดี๋ยวไปหาใน googleเองก็ได้ค่ะ

ใช่ๆๆๆๆ ภูมิปัญญาชาวบ้าน ถ้าไม่เก็บรักษาไว้ ไม่มีคนถ่ายถอดเดี๋ยวก็จะสูญหายไป เสียดาย กว่าจะกลายมาเป็นองค์ความรู้ได้ขนาดนี้ ต้องผ่านการเรียนรู้ ลองผิดลองถูกกันมาตั้งเท่าไหร่

แต่ถ้ามีการรณรงค์ต่อต้านการจับนก เพราะใช้ภูมิปัญญาเหล่านี้ ก็น่าเสียดาย แต่ก็ต้องเข้าใจโลกสมัยที่เปลี่ยนไป จะให้ทุกสิ่งอย่างคงอยู่เหมือนในอดีตคงไม่ได้ ไม่งั้น ป่านนี้เราคงต้องนุ่งกระเบน ใส่ผ้าแถบบิดมอเตอร์ไซด์ไปทำงานกันเป็นแน่laugh

คงจะมีวิธีการ นำภูมิปัญญาที่มีค่าเหล่านี้ มาใช้ให้เป็นประโยชน์ ในทางอื่น (นอกเหนือจากการเก็บเขาไปไว้ในพิพิธภัณฑ์ แล้วให้ลูกหลาน ไปตามอ่านตามดู หุ่นในตู้กระจก cheeky แต่มันก็คงต้องเป็นอย่างนั้นกระมัง)  อย่างเช่น เอาวิธีการนี้ มาใช้ล่อนก มาริงนก มากกว่าการ วางตาข่าย ^^  ขำขำคร๊าบบบบ ไม่แน่อาจจะได้เห็นชาวบุหรง นัดปาดพดพร้าวทำนกล่อก็เป็นได้ ^^

"ยุคสมัยเปลี่ยนไป หลายอย่างเปลี่ยนแปลง ไม่เว้นแม้แต่ใจคน"cheeky

 

"จงเก็บเกี่ยวความสุข --- ระหว่างการเดินทาง"

รูปภาพของ อุบลเเวววันจิตร

นกอะไรเนียะ

น่ารักดีนะค่ะ  ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์มากจริงๆ

ขอบคุณค่ะ

 

รูปภาพของ Somsak

กาจิ

          มีหลายคนสงสัยว่ากาจิของจริงๆ มีลักษระเป็นอย่างไร วันนี้กระผมจะโชว์ของจริงให้สมาชิกทุกท่านได้ตะลึงกันไปเลย (ดูจากรูป)

          นอกจากนั้นกระผมยังอยากจะโชว์ผลงานของกาจิ ซึ่งเด็กจับนกที่บ้านบางตาวา ต.บางตาวา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ใช้มันเพื่อจับนกชายเลนมาเป็นอาหาร  พวกเขาจับได้นกทะเลขาแดง (ชาวบ้านเรียกภาษาถิ่นว่า จางา ) บริเวณหาดเลนในพื้นที่ป่าชายเลนของหมู่บ้าน เมื่อเดือนมีนาคม 2551 และที่สำคัญมากๆ คือ นกตัวนั้นเป็นนกที่ทีมเราจับใส่ ring จากบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน มอ.ปัตตานี (ดูจากรูป)

ซากขานกทะเลขาแดง จับโดยกาจิ ที่บ้านบางตาวา ต.บางตาวา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

          ข้อมูลเพิ่มเติม กาจิ นอกจากเราจะเรียกว่า แร้วดักนก แล้ว เรายังสามารถเรียกมันว่า ครุนดักนก ได้ด้วย (น่าจะเป็นภาษากลางด้วย)

 

กะชีโว้

รูปภาพของ Ridwan S.

น่าสนใจมาก

ขอบคุณพี่โก้มากครับ  ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ทั้งในด้านภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น วิถีชีวิตของชาวบ้าน

 



สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี ผู้ใช้ 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 11 คน กำลังออนไลน์

สมาชิกใหม่

  • pui-wilailak
  • noorlaila
Powered by Drupal, an open source content management system
Customize This
story | about seo