Skip to Content

เยือนเยี่ยม "บาลา- ฮาลา" ผืนป่า.. เปี่ยมรัก

รูปภาพของ kwancha

เยือนเยี่ยม “บาลา-ฮาลา”...ผืนป่า.. เปี่ยมรัก

เรื่องโดย ผศ. ดร. วรรณชไม  การถนัด  ภาพโดย สุกิจ ทัศนพันธ์และสมศักดิ์ บัวทิพย์

 

เมฆฝนที่ตั้งเค้าดำทะมึนมาไกลๆ เป็นฉากทั้งเบื้องหน้า-เบื้องหลังตั้งแต่เดินทางจากมา ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้งพวกเรา “ครูพื้นที่” วันนี้เป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วย “mission” ขณะที่รถ Toyota Prado  นำพาเราไปตามมรรคา สุดสายชายแดนใต้ โดยมีน้องรักขับเคลื่อนหลังพวงมาลัย ขณะที่นั่งปล่อยใจไปตามเวลา สายตามองดูการเปลี่ยนแปลงสองข้างทาง  ที่เริ่มออกมาจากนิวาสสถาน ม.อ. ปัตตานีตั้งแต่เช้า 6:30 น. ด้วยภาระหน้าที่อีกบทบาทหนึ่งที่รอเวลา เมื่อบทบาทเรื่องการเรียนการสอนลดความเข้มข้นของพลังกาย-ใจ และปัจจัยเวลาที่กำลังสู่ช่วงปลาย term time  เมื่องานด้านหนึ่งชะลอตัว อีกด้านหนึ่งก็พัวพัน สิ่งนั้นก็คืองาน “วิจัย” ขณะที่รถแล่นไป หนึ่งใน 6 ชีวิตที่ร่วมทางก็คิดว่า “เรา..จะได้ขนุนป่าสำหรับงานทางด้าน DNA.. พี่ที่ขอนแก่นฝากให้หา..ได้ไหม๊? ”  อีกหนึ่งห้วงคำนึง   “ เรา...จะได้ห่วง (ring) ใส่ขานกสำหรับงาน  bird ringing หรือเปล่า??  อีกคนมาด้วยความคิด  “เรา..จะขอต้นดาหลาสีขาวมาปลูก เผื่อการทำเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (tissue culture) ด้วย ??”  ส่วนที่เหลือสาระพันความคิดรวมถึง “นกเงือกจับคู่ เข้าโพรง เป็นอย่างไร ?  ทากจะเยอะไหม๊?? ป่ายังสมบูรณ์อยู่หรือเปล่า?”  ทั้งหมด.. เรากำหนดไว้เป็นประเด็นรอง  หากแต่เป็นเพราะเรามาที่นี่ ด้วยพลังแห่งการเรียกขานจากผืนป่า .. ที่เราแวะมาเยี่ยมหลายครั้งและเฝ้ารอจังหวะการมาเยือนถิ่นอีกครา ดูเหมือนว่าทุกครั้งที่ได้มาสัมผัส จะทำให้เราชุ่มชื่นใจ  สดใส เต็มอิ่ม...เติมพลังให้พร้อมจะสร้างสรรค์งานกันต่อไป

 

เส้นทางปัตตานี-สุไหงโกลค ซึ่งเป็นถนนที่ขยายเป็น 4 ช่องทางการจราจร   การเจอด่านตรวจเป็นระยะๆ เป็นเรื่องปกติในพื้นที่แห่งนี้ แต่คงเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับรถซึ่งมาจากแดนไกล..กทม.  เราเลือกใช้ถนนสายนี้ในการเดินทางหากมีเวลาจำกัด  ไม่สามารถโ้อ้เอ้อ้อยสร้อยได้มากนัก  หากแต่ทุกครั้งเรามักจะใช้เส้นทางที่ผ่านอ.ระแงะ อ. สุไหงปาดี  อ. แว้ง ซึ่งเป็นทางสองเลน (lane)  อุ๊บ ..สองช่องการจราจร ที่ร่มรื่นด้วยแมกไม้ สลับกับสวนยางพารา มีวิถีชีวิตของผู้คนให้เห็น  เราจะจอดรถแวะอุดหนุนชาวบ้าน ร้านถิ่นก็ทำได้ โดยมีผลไม้และผลิตผลจากครัวเรือนนำมาวางขายที่เพิงริมถนน  ขณะเดียวกันถนนสายนี้ก็แฝงไปด้วยเรื่องเล่ามากมาย หลายอรรถรส ตลอดเส้นทาง .. ซึ่งเราก็ไม่ประมาทนัก :-))

 

สายๆหน่อยเมื่อเราลัดเลาะไปถึงป่าผืนใหญ่ชายแดนใต้  มีกลุ่มที่เข้ามาพักในสถานีวิจัยสัตว์ป่าพรุ –ป่าบาลา-ฮาลา จำนวน 3 กลุ่มเล็กๆของผู้ที่นิยมธรรมชาติ แล้วเราก็ได้พบกับบุคคลที่ไม่คาดว่าจะได้เจอกันในป่าใหญ่ “พี่หมอต้อ”  ที่ได้เจอกันครั้งแรกและแบ่งปันพื้นที่นอนในรถคาราวานเดียวกัน ช่่วงที่ไปฝึกปฏิบัติการใส่ห่วงขานก (bird ringing) กับอาจารย์ฟิล (Philip Round) ณ. แหลมผักเบี้ยเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว หลังจากที่เข้าที่พัก เราก็จะแวะไปยังพื้นที่ป่าด้านล่าง เขตภูเขาทอง บ้านโต๊ะโม๊ะ  ด้วยผ่านพ้นเวลาอาหารมื้อกลางวัน เราแวะกินก๋วยเตี๋ยวที่แสนอร่อยฝีมือชาวบ้านที่มีเพียงร้านเดียวในละแวกนั้น  ในเส้นทางขากลับเราตั้งใจจะไปเดินใน trail ที่โต๊ะโม๊ะ แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อฝนเริ่มตกมาใกล้ๆ  ฝนตกในป่าดิบเช่นนี้เราวางใจไม่ได้  รีบเดินทางลับเข้ามาที่สถานี

 

สมาชิกร่วมทริบนี้ (จากซ้าย) ดาว, โก้, แจง, จ๋า, บอย, และ สุธน (ตากล้อง)

 

ฝนที่ตกมาตั้งแต่บ่ายแก่ๆ เราก็ขับรถฝ่าฝนตลอดเส้นทาง สายยุทธศาสตร์ที่ตัดผ่านผืนป่า ฮาลา-บาลา  ทำให้หวนนึกถึงถนนสายยุทธศาสตร์ที่ตัดขึ้นเขาหลวงกรุงชิง สมัยผกค.ยึดสมรภูมิที่มั่นอันปกคลุมไปด้วยป่าใหญ่ ไม่ต่างกันกับสมรภูมิที่นี่  แต่สภาพถนนต่างกันมาก  ถนนที่ตัดผ่านในเส้นทางจากสถานีวิจัยสัตว์ป่าฯไปยังสุคิริน ผ่านบ้านภูเขาทอง บ้านโต๊ะโม๊ะ ต้องใช้ความระมัดระวัง มีร่องน้ำกัดเซาะสองข้างทางที่เป็นเหว มีธารน้ำไหลเย็นด้านล่าง สภาพพืชปกคลุมที่เต็มไปด้วยแมกไม้ เฟิร์น พืชพื้นล่าง กิ่งก้านใบของต้นโชนเขียวสบายตาที่ขึ้นปกคลุมหน้าดิน หิน และเฟิร์ต้น (tree fern)  สวยงามไม่ต่างกันคล้ายๆกับที่เขาหลวง  จ. นครศรีธรรมราช  เขาเจ็ดยอดที่รอยต่อ จ. พัทลุง-ตรัง และ ยอดพะเนินทุ่ง  ที่แก่งกระจาน จ. เพชรบุรี หมู่เฟิร์นต้นขึ้นเบียดเสียด นึกจินตนาการชื่นชมพืชยุคเดียวกับไดโนเสาร์ที่เอาตัวรอดมีสายพันธุ์มาจนปัจจุบัน  เรานั่งรถทอดสายตาไปยังป่าที่มีต้นสะหยาทรงสวย  ต้นไทรมีผลสุกที่รอวันให้นกมาเยือน  ป่าที่เขียวชอุ่ม มองตามเส้น contour ก็คงจะเป็นตะปุ่มตะป่ำ อย่างกับหัวบร๊อคโลลี่ ฝนตกเรื่อยๆ เสียงฝนช่วยขับกล่อมขณะพักกลางคืนจวบจนกระทั่งเช้า ทำให้ได้บรรยากาศของป่าดิบชื้น ที่ระงมด้วยเสียงหรีดหริ่ง บรรเลง ขับขานจากธรรมชาติ

 

 

ละอองฝนโปรย ยามเช้า หลังจากทานข้าว เรานั่งอ้อยอิ่ง พูดคุยเบาๆที่โรงครัวอาหารเช้าแสนอร่อย ฝีมือก๊ะที่จัดเตรียมไว้ให้   เสียงพี่หมอจากกรุงเทพฯ แซวทักทายว่า “อิจฉาคนปัตตานี จังเลย ดูซิไม่ต้องเร่งรีบ”  ซึ่งก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ เรื่องการมาที่นี่ มาดูป่า ดูนก ดูสรรพสัตว์น้อยใหญ่ เราก็ทำตัวแบบสบายๆ  เมื่อเห็นนกบินโผไปมาใกล้ๆก็สุขใจที่เค้าแวะมาทักทาย  หากไม่เห็นก็เอาไว้มาเยี่ยมครั้งต่อไป  ครั้นสายๆหน่อยเราออกไปนอกบริเวณที่ทำการบ้าง ฝนช่างเป็นใจยามบ่าย  บนถนนสายนั้นในป่าใหญ่ มีเพียงเรา 6 คนเท่านั้นที่เดินชมป่า เราเดินไปบางส่วน  บ้างก็ขับรถไปจอดไกลๆ แล้วเดินกลับมาสมทบ นกตัวสวยตัวแรกที่ออกหากินหลังฝน อวดสีสัน เอียงคอทักทาย ก็เห็นจะเป็นเจ้าพญาไฟใหญ่ (Scarlet Minivet) สีแดงเตะตา เรียกความตื่นเต้นไม่น้อยสำหรับคนกรุงที่ไปด้วยกัน และสมาชิกที่มาเป็นครั้งแรก ส่วนเราก็ชื่นตาทุกครั้งที่ได้เจอ

 

 

เดินไปสักพักมิรู้ตัวว่า ได้มายืนอยู่หน้าโพรงของนกเงือก ห่างไปจากขอบถนนสัก 200 เมตรซึ่งเป็นโพรงเก่าบนต้นไม้ใหญ่  ปีที่แล้วก็มีการเข้าใช้ของเจ้านกเงือก เจ้าหน้าที่ที่สถานีได้เข้ามาแต่งโพรงให้เหมาะสม  ขณะที่เพื่อนรัก/น้องรักกำลังบอกเล่าเรื่องราว เราสังเกตไม่เห็นการเคลื่อนไหวในโพรงก็คิดว่ายังไม่ถึงเวลาที่นกจะเข้าโพรง   สักครู่เราจากเดินจากไป ขณะที่กลุ่มด้านหน้าได้ส่งสัญญามือให้ เงียบและรีบเข้าไป  เราค่อยๆย่องเดินกันไป  สิ่งที่เห็นต้องเผลอร้องว่า Oh my goodness ….คุณพระช่างประทาน ...เจ้าช่างสง่างาม  นกเงือกหัวแรด (Rhinoceros Hornbill) เพศผู้   เกาะบนกิ่งไม้ หันหลังให้  แดดกำลังอบอุ่นดีทีเดียว หลังฝนตกใหม่ๆ  เจ้าช่างจะอยู่ในอริยาบทที่ผ่อนคลาย กระดกลูกไทร ที่ได้เก็บๆไว้ในส่วนต้นของทางเดินอาหาร (crop)  เพื่อนำมากลืนใหม่ สายตามองเราแวบ เข้าใจว่าน่าจะเห็นเราแต่ไม่ตื่นกลัวเลย  และด้วยทีท่าของการให้ เกียรติ (respect) ในความเป็นเจ้าบ้าน  ทั้งสองฝ่าย คน-นก ก็ไม่ขยับตัวเลยเช่นกัน (freeze) อยู่ในท่านั้นท่าเดิมทุกคน จนได้ถ่ายรูป/ใช้สายตาเก็บภาพอันอิ่มเอมเบิกบานใจไปกับการทักทายของสมาชิก..หนึ่งในเจ้าของผืนป่า ที่แบ่งปันพื้นที่กับสรรพสัตว์น้อยใหญ่ก่อนที่เจ้าบ้านจะโผบินออกไปยังต้นไทรใหญ่ไกลๆโน่น  เราส่องกล้องทางไกลมองตามไป เห็นกิ่งก้านกระเพื่อมไหว  สักพักก็ยังคงติดตามดูจนกระทั่งนกเงือกเข้าไปในพุ่มไม้ซึ่งยากที่จะมองต่อไป จึงพร้อมใจกันจากลา sceneนั้น ที่ต่างอยู่ในความประทับใจของทุกคน

 

 

รู้ไหม น่าสนใจ??? ... “พระเอกของเรา”หันซ้าย-ขวา เอียงคอ กระดกลูกไทรเข้าปาก ตามธรรมชาติ อยากจะมองมุมไหน ?? ได้เลย ..จัดให้  ในโพรงไม้ใหญ่ที่เราต่างยืนฟังเรื่องเล่าประกอบภาพเบื้องหน้านั้น ทราบต่อมาว่า มีนกเงือกหัวแรดตัวเมียอยู่ข้างใน.. เจ้าโผล่หัวออกมาเมื่อไม่มีสียงภายนอก  ซึ่งมีเพียงน้องสองคนที่เดินกลับไปที่นั่นอีกครั้งเป็นประจักษ์พยาน  จึงไม่สงสัยว่า อากับกริยาของเจ้านกเงือกหัวแรดตัวผู้...จึงเป็นอย่างที่เราเห็น ....สุขใจไหนจะปาน…นกตัวเมียยอมรับและพร้อมที่จะสร้างครอบครัวต่อไป??? ....ด้วยธรรมชาติของนกเงือก..จะรักเดียวใจเดียว ใช้ชีวิตกับคู่เดิม ผูกพันกันจนตาย...พี่นี้รักน้องจนชีวาวาย.:-))…

 

ครั้นเมื่อกลับเข้าที่พัก เราสนทนากับน้องเจ้าหน้าที่ .ซึ่ง ยืนยันว่าเพิ่งเห็นเช่นกันเช้านั้น  และแล้วเราต่างได้บันทึกร่วมกันว่านกเงือกเริ่มจับคู่เข้าโพรง และโพรงเดิมก็ยังคงใช้เป็นรังรักได้อีกครั้ง  ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นมีค. ที่ผ่านมา...หากพยานรักกำลังจะเริ่ม...นกตัวผู้ก็ได้ทำหน้าที่อันแสนยิ่งใหญ่อีกครั้ง  หาเลี้ยงนกตัวเมียที่จะต้องจับเจ่าอยู่ในรัง ซึ่งจะไม่ออกมาจากรังจนกว่า วางไข่ กกไข่ เลี้ยงดูลูกน้อย จนกระทั่งลูกแข็งแรงพร้อมจะจากรัง  ขอมอบชีวีไว้กับ “พ่อนก”เท่านั้น   จึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากในช่วงนกข้าโพรงช่วงเวลานี้ (breeding )  ไม่ควรรบกวน และเคารพความเป็นส่วนตัวของเจ้าบ้าน  ด้วยเพราะพฤติกรรมของพ่อนกจะระแวดระวัง  ซึ่งเป็นช่วงวิกฤติของชีวิตทั้งครอบครัว  หากสถานการณ์ข้างนอกไม่น่าไว้วางใจ มีสิ่งเร้ารบกวน มีคนเฝ้ามอง ส่องกล้อง...ชีวิตที่อยู่ภายในโพรงก็ต้องรอต่อไป จนกกว่าพ่อนกจะตัดสินใจลงมาให้อาหารที่โพรงได้ . บ่งบอก...หน้าที่ ความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ต่อครอบครัว   เห็นแล้วน่าชื่นใจในพฤติกรรมของนกชนิดนี้ ที่นับวันจะถูกคุกคามเพราะผืนป่าถูกทำลาย  หากแต่ที่นี่...ผืนป่าแห่งนี้ยังคงเป็นแหล่ง อาศัยหากิน สร้างครอบครัว อยู่ร่วมกับสรรพสัตว์นานา ท่ามกลางแมกไม้น้อยใหญ่ ในป่าบาลา-ฮาลา ที่ควรค่าแก่การรักษาไว้คู่แผ่นดินสืบไป

 

 

ฟ้าหลังฝน.. มีอะไรให้เปรียบเทียบว่าจะดีกว่าเดิมเสมอ เราก็เช่นกันบ่ายนั้น  ขณะที่ขับรถไปช้าๆ พลันมุมสูงมีพญานก เกาะบนไม้ใหญ่  เราต่างประจักษ์พยานในอิริยาบถของ “เหยี่ยวรุ้ง (Creested Serpent- Eagle)” เกาะเด่นเป็นสง่า บนกิ่งไม้ตาย ต้นสูง  ขณะนั่งไปในรถเรามองเห็นตั้งแต่ไกลๆ  เสียงตากล้องร้องบอกว่า..“อย่าลงจากรถก่อนนะ..”..นั่นหมายความว่า หากเจ้ารุ้งเห็นเรา อาจจะบินออกไปก่อน..เราเฝ้าดูจนอิ่มในรถ เจ้ารุ้ง..ก็ยังคงเกาะที่เดิม  ทีมเราก็ค่อยๆย่องลงมาออกมา ตั้ง spotted telescope ทั้งสามตัว ดูอย่างสบายอกสบายใจ 

 

สังเกตดูว่า เมื่อพญานกตัวเปียกหลังฝน เจ้าจะมีอากับกริยาอย่างไร ทำให้ตัวแห้งอย่างไร ??  ก็สลัดขนตัว หัวฟู..ไปทั่วนะซิ   ไม่ใช่เพราะกลัวอะไร  ที่ไหนได้...หลังจากสลัดน้ำออกไปจากขนซึ่งมีคุณสมบัติกันน้ำ เจ้าก็ใช้จะงอยปากแต่งขน (preening) จากนั้นก็ยืนอวดตัวสะโอดสะอง ทำตัวสง่างามต่อไป

 

 

โชคดีซ้ำสองเป็นของเรา  ขณะเดินลงเนินลาดชัน แสงกำลังดีมาก คงเป็นแสงสุดท้ายแห่งวัน  จากบริเวณนี้เรามุ่งหน้าไปยังกม.15   ต่างแบกกล้องและสัมภาระ พักกินมะขามหวานที่หอบหิ้วไปเป็นระยะๆ   เดินเล่นชมน้ำตกน้อยข้างทาง ที่ซึ่งนกแวะมาเล่นน้ำชำระตัวกัน  ขณะกำลังเดินพร้อมการออกกำลังขา เกร็งมากเป็นพิเศษ  เพลินตากับหุบเขาด้านข้าง พลันพบกับไม้ใหญ่ ออกใบเพสลาด ทรงพุ่มสวยชูอวดต้นมาจากด้านล่าง แถมมีพืชที่ไม้เลื้อยขึ้นไปแบ่งปันพื้นที่เพื่อรับแสง  อีกทั้งมีลูกสุกสีแดงขนาดกำลังพอดีปากนกขนาดเล็กที่จะจิกกัน มองไปก็คิดไปว่า เจ้านกเงือกคงไม่เหมาะกับต้นนี้ ทั้งกิ่งก้าน ต้น ผล  

 

ณ ที่นี่ เย็นนั้นนกก็มีปาร์ตี้ก่อนค่ำ สมาชิกนกหลากชนิด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าปรอด โพระดก และนกจับแมลง  การันตีได้ว่าถ้ามาที่ป่าบาลา—ฮาลา จะได้เห็นนกปรอด มากหลากหลายชนิดให้ฝึกจำแนก หรือเพลินตากับสายพันธุ์ที่ธรรมชาติช่างแต้มแต่ง แต่อดจะกล่าวถึงชนิดหนึ่ง ซึ่งจะเป็นที่สนใจ ถึงกับพูดกันในกลุ่มเพื่อนๆดูนกว่า  นี่น่ะ “นกใต้” บางคนชอบถึงขนาดต้องเดินทางมาเพื่อยลโฉมเจ้าตัวนี้    อืม...ตัวนี้เหรอ..เราเจ้าถิ่นก็พกเอาความโชคดีมาอีกละ่ซิ  ...เป็นนกที่พบได้ง่ายในถิ่นใต้นั่นเอง ที่อื่นไม่มีหรือหายาก เช่นปรอดอกลายเกล็ด (Scaly-breasted Bulbul)

 

 

 ธรรมชาติช่างรังสรรค์ เจ้าเป็นนกปรอดที่แต้มแต่งสีสัน น่ารักมาก ส่วนเจ้าโพระดกก็ไม่น้อยหน้า โผเข้าออกบินไปมาอวดสีเขียว แต้มฟ้า เหลือง แดง ตรงโน้นนิด นี่หน่อย ใต้คาง หู หน้าผาก ล้วนหลากสีสวยงาม เป็นนกอีกชนิดหนึ่งที่ชวนมอง และเป็นที่ตื่นเต้นสำหรับนักดูนกใหม่ๆ  หรือเราๆ  นกบินเข้าออกเลือกจิกกินผลไม้ อาหารมื้อสุดท้ายของวัน  เอียงซ้าย เอียงขวา จ้องจะกินลูกไหนดี เพลินตาจน บอกได้ว่า นี่คือความสุขของเหล่านกกลางป่าใหญ่ หาใช่ที่อยู่ในกรงทองไม่  ทำไมมนุษย์ช่างจะไม่เข้าใจ??  ณ. เวลานั้น.สุขใจทั้งนกทั้งคนและต้นไม้ พลางคิดไปว่า ชีวิตต่อพลังชีวิตจริงๆ  ...นก: อิ่มอร่อย  ขณะที่ต้นไม้:ได้เพิ่มการแพร่กระจายพันธุ์  ส่วนตัวฉัน :ยืนยันได้ว่า..ที่นี่..สวนสวรรค์..  heaven is a place on earth…เผลอร้องเป็นเพลงประกอบซะหน่อยละกัน...

 

 เราเดินจากมานั่งรอบริเวณเนินสูง ซึ่งเป็นร่องระหว่างหุบเขา นั่งอ้อยอิ่งกับบรรยากาศ ป่าสูงใหญ่ ไม้สวยด้านหน้า ภูเขาที่คลุมไปด้วยหมอก  และหวังว่าสักครู่ใหญ่ๆใน scene นี้จะมีนกเงือกบินผ่าน และแล้วโชคดีส่งท้าย นกเงือกหัวแรกตัวแรกบินมาเกาะที่ไม้ใหญ่ ส่วนตัวที่สองบินตามมาใกล้ๆกัน   ตากล้องกดชัตเตอร์กันระรัว ได้ภาพถูกใจหรือไม่?? มิทราบได้  หากแต่ความตื่นเต้นมีมากมาย ที่ฝันนั้นเป็นจริง   ฉากนี้ปิดท้ายวันแห่งความสุขได้อย่างสวยงาม  ส่งท้ายด้วยนกเงือกหนึ่งคู่บินผ่านร่องเขาเพื่อกลับไปแหล่งพักนอน  เราก็ได้เวลาอิ่มเอมใจกลับเข้ารังพักนอนต่อไป. ...สัญญาไว้ในใจว่า..จะมาเยี่ยมอีกต่อไปๆๆๆ

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้นก่อนเดินทางกลับเราลงไปเดินใน trailข้างล่างที่ลำธาร  เสียงเจ้ากาน้อยหงอนยาว (Crested Jay)  ส่งเสียงคลอเป็นจังหวะไปกับเสียงของนกชนิดอื่นๆตลอดทาง ตั้งใจจะไปดูนก “ว่าที่นกหมายเลข 1002 .. เจ้านกเอี้ยงชวา” ซึ่งรายงานการพบโดย อ. บอย  หนึ่งในทีมงานของเรา  แต่วันนี้ไร้ร่องรอยมีเพียงตำแหน่งต้นไม้ใหญ่ที่พบเจ้าฝากไว้ให้แหงนมองด้วยความหวัง ที่นีเจ้านกบั้งรอกสีสวยสองชนิด สีเหลือบสวยของ บั้งรอกเขียวอกแดง (Chesnut –breasted- Malkoha)  และบั้งรอกอกแดง (Red-billed Malkoha)  ครั้งนี้เราไม่ได้ข้ามลำธาร ไปยังอีกฝากหนึ่งซึ่งเป็น trail ที่น่าสนใจ หากแต่วันนี้น้ำไหลเชี่ยว น้ำขุ่นเป็นสีโคลนเพราะฝนเพิ่งตกหนักในพื้นที่    trail นี้เมื่อปีก่อนโน้นเรามาเฝ้าเจ้าคอสามสี (Rail- Babbler)...โดยเดินข้ามลำธาร และปีนเขาไปอีกเล็กน้อย ส่วนทากนะหรือไม่ต้องพูดถึง เพราะได้รับขนานนามว่าจากนักท่องเที่ยวต่างชาติว่า  “million leeches”..มากเพียงใดคงประเมินได้!!!

 

 

โบกมืออำลาป่าบาลา-ฮาลา และในเส้นทางก่อนออกจากนราธิวาส เราแวะที่ป่าพรุโต๊ะแดง ผืนป่าพรุที่อุดมสมบูรณ์  คิดย้อนไปครั้งก่อนได้มาเยือนถิ่นนี้เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเทพฯท่านเสด็จทรงเปิดสถานีใหม่ๆ ยังจำภาพท่อนไม้ที่วางทอดในน้ำ ให้พระองค์ท่านเสด็จเดินในป่าพรุ เมื่อครั้งที่ยังไม่มีสะพานไม้ในเดินชมเช่นปัจจุบัน  ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ นกที่นี่ก็ออกมาทักทาย ให้เราส่องกล้อง พร้อมกับการแหงน มองหา สอดส่อง เจ้าอยู่ไหนนะ??  จนเหมาะแก่เวลา ที่เรา “ครูในพื้นที่” ต้องเดินทางกลับเข้าสู่ปัตตานี หรืออาณาจักร “ลังกาสุกะ” ที่ร่ำรวยประวัติศาสตร์ เรามุ่งสู่นิวาสสถาน มอ.ปัตตานี เก็บความทรงจำที่ดีๆไว้ และกล่าวได้ว่าการเดินทางครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ยังประทับใจ... “Mission accomplished !!! “ ข้าขอขอบคุณ ..

 

เรานั่งพักในTrail ที่พรุโต๊แดง.. น้ำใสไหลเย็น จุ่มเท้าแช่น้ำในพรุ "สปากาย-ใจ-จิตวิญญาน"...พลังแห่งธรรมชาติในทุกมิติที่สัมผัสได้

 

ความคิดเห็น

รูปภาพของ tanakorn

เป็นวันพักผ่อนที่มีความสุขมาก

เป็นวันพักผ่อนที่มีความสุขมาก นกเยอะดี ถึงเราจะดูนกมั่ง นอนเล่นเพราะฝนตกบ้าง ก็สนุกดีนะครับ ขอบคุณอาจารย์และพี่จ๋าพี่สุธนมากที่หอบหิ้วไปด้วยนะครับ ฮ่าๆๆ

รูปภาพของ kwancha

สนุก &สข..ทุกครั้งที่ไปที่นั่่น

เช่นกันค่ะบอย พวกเราทุกคนสนุกและสุข กับบรรยากาศที่ฮาลา-บาลาเสมอ ไม่ว่าจะเจอสภาพอากาศแบบไหน  ตื่นเต้น/ดีใจ ทุกครั้งที่รู้ว่าจะได้ไปที่นั่นค่ะ คราวนี้เราไม่ได้ดูนกกลางคืนเพราะฝนไม่เป็นใจ ไม่เหมือนปีก่อนได้นอน ดูดซับไออุ่นจากท้องถนน ขณะรอดูนกกลางคืน..ก็ได้ไปอีกหนึ่งบรรยากาศนะค่ะ  รู้สึกดีทุกคร้ง  ไม่มีคร้้งไหนดีกว่ากัน :-)).

Corporate as a team, bond as a family

รูปภาพของ coffee lover

ยังไม่มีโอกาส...

ยังไม่มีโอกาสตามไกด์กิติมศักดฺิ์ไปเข้าป่าฮาลา-บาลาพร้อมฟังเรื่องเล่าสนุกๆ เลยนะเนี่ย...ภาพสวยมากค่ะ โดยเฉพาะภาพนกเงือก จำได้ว่าเมื่อยังเป็นเด็กน้อย ต้องวาดภาพสัตว์ส่งคุณครูในวิชาศิลปะ...ภาพที่วาดส่งคือภาพ...นกเงือก...ซึ่งเป็นดัชนีบ่งชี้ความสมบูรณ์ของผืนป่า  ทั้งที่ยังไม่เคยเห็นนกเงือกจริงๆ เลยสักครั้งเดียว  จนกระทั่งได้ไปเที่ยวสวนสัตว์ ดีใจนะที่ได้เจอเขาครั้งแรก แต่ก็ไม่ค่อยชอบมองสัตว์ในสวนสัตว์มากนัก สงสารค่ะ และด้วยความที่ชอบเที่ยวป่าเขาในที่สุดก็ไปออกทริปกันที่เขาใหญ่จนได้...ระหว่างเดินในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เจ้าหน้าที่บอกว่า เขาใหญ่เป็นจุดที่มีการศึกษาเรื่องนกเงือกด้วยนะ ดีใจสุดๆ คิดว่าวันนั้นจะต้องได้เห็นนกเงือกกางปีกกว้างๆ ร่อนบินบนท้องฟ้าแน่ๆ เลย ฟ้าวันนั้นสวยใสเสียด้วยซิ เดินไป ตามองฟ้าไปตลอด จนแถบสะดุดเถาวัลย์ล้ม เดินช้าๆ ชะลอตามที่โล่งๆ อยากดูนกเงือกแบบชัดๆ ในที่สุดก็...ไม่เจอ จนกระทั่งได้ไปเจอฝูงนกเงือกที่ฮาลา-บาลา โฉบบินบนยอดไม้ใหญ่จากต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง อิ่มตาอิ่มใจมาก...แต่ก็หิวเรื่อยๆ หวังว่าจะมีเวลาว่างที่ซ้อนทับกับอาจารย์ และขอตามไปด้วยอีกสักครั้งนะค่ะ ... คิดถึง tree ferns ด้วยคงแย่งกันผลิใบใหม่ม้วนงอกันแบบเริงร่าในช่วงฝนพร่ำ ขอบคุณสำหรับดาหลาและภาพ selaginella ค่ะ ชุ่มฉ่ำดีจังเลยค่ะ

รูปภาพของ kwancha

เขาใหญ่.. พะเนินทุ่ง.& บาลา^-^

Coffee lover จ๋า..หายแซ่บหายสอย...เข้ากรุง/เข้าป่าไปไม่เห็นหน้าตากันร่วมเดือนแล้วหล่ะ  งานการคงจะผ่านไปด้วยดี..คิดถึงจ๊า.:-)) . กลับคืนถิ่นตานีเมื่อไหร่ก็ไปกันอีกก็ไ้ด้ค่ะ.:-))     ใช่ค่ะ..ดินแดนนกเงือกที่ไปสัมผัสมา ล้วนมีมนต์ขลัง ชอบทุกที่ ทุกเวลาที่ได้ไป ทั้งเขาใหญ่ ยอดพะเนินทุ่ง หรือ ฮาลา-บาลา ล้วนแล้วแต่บอกได้ว่า....การได้เห็นหนึ่งตัวก็อิ่มใจ  เห็นหลายตัวเป็นครอบครัวใหญ่ยิ่งอัศจรรย์ใจ  ครั้นเห็นหลายชนิดและหลายตัวที่ฮาลา ไม่ทราบจะสรรหาคำอะไรมาบรรยาย..ช่างเป็นการส่งผ่านพลังจากธรรมชาติแสนยิ่งใหญ่  ..ที่ต่างร่วมให้พร... Bless you..

Corporate as a team, bond as a family

รูปภาพของ coffee lover

พะเนินทุ่ง...

วันก่อน...นั่งรถกลับจากกรุงเทพฯ เห็นป้ายชี้บอกทางไปพะเนินทุ่ง พอแหงนตามป้าย ก็เจอพระอาทิตย์อ้วนกลมกำลังยิ้มหวานอยู่ใกล้ๆ  ยอดตาลโตนด  แก้มงี้เป็นสีแดงอมชมพูระเรื่อเลย เชิญชวนสุดๆ  จนอยากเอื้อมมือไปหยิบใบตาลออกห่างๆ เกรงว่าปลายใบแหลมๆ จะไปจิ้มพระอาทิตย์ เดี๋ยวพระอาทิตย์แฟบ blush อดมองพระอาทิตย์อ้วนๆ น่ารักกันพอดี .. cheeky ล้อเล่นนะคะ จริงๆ แล้วอยากกระโดดลงจากรถทัวร์ แล้วเปลี่ยนรถปีนขึ้นเขามากๆ T^T....แต่แล้วหนูก็ได้กระทำการอ้อนนักดูนกสมัครเล่นไว้นิดหน่อย ไม่รู้จะได้ไปจริงๆ หรือเปล่า กลัวคำว่า ล่ม แบบสุดๆ ถ้าได้ไปจะเอาภาพมาฝากนะ  ^____^

คิดถึงค่ะ

รูปภาพของ kwancha

That's a good choice :-))

That's a good choice..Coffee lover, hope you can make it.    If you've got a chance to get there.. you'd love  it...I bet :-))

Corporate as a team, bond as a family

รูปภาพของ zero

อยากไปด้วยคน^&^

บาลา-ฮาลาเป็นสถานที่อีกหนึ่งที่ฉันอยากไปมาก ๆ อยากไปดูหลาย ๆ อย่าง อาทิเช่น ผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ นกน้อยนานาชนิด โดยเฉพาะนกเงือกที่ไปมันอาศัยอยู่กลางธรรมชาติไม่ฬช่อยู่ในกรง และที่สำคัญยิ่งคือการได้มีโอกาสสัมผัสกับบรรยากาศที่ร่มรื่นที่แท้จริง

--กระบองเพชร--

รูปภาพของ ninarima

อยากไปมาก :))))

บาลา-ฮาลา   ผืนป่าแห่งนี้...ที่ยังหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้ไปเยือน  ได้ไปดูสิ่งที่อุดมสมบุูรณ์ด้วยพืชพันธุ์และสัตว์ป่าของภาคใต้  

ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ  สัมผัสชีวิตของสัตว์ เล็ก-ใหญ่  โดยเฉพาะ " นกเงือก" หลากชนิด และอีกมากมาย

ได้ไปดูความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเรา  โดยไม่ต้องไปที่อื่น ....  รักบ้านเกิด

5220114144



สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี ผู้ใช้ 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 4 คน กำลังออนไลน์

สมาชิกใหม่

  • สิน หาดใหญ่
  • kamon_biw
Powered by Drupal, an open source content management system
Customize This
blog | about seo