Skip to Content

เรียนรู้วีถี...ที่บ้าน..มีงานแต่ง (นิก๊ะห์) ลูกสาว..

รูปภาพของ kwancha

เมื่อลูกสาวแต่งงาน(นิก๊ะห์)..  ที่บ้านตรียมการอะไรบ้าง .?

เรื่อง โดย ผศ. ดร. วรรณชไม การถนัด ภาพโดย สมศักดิ์ บัวทิพย์

 

"ไซ" ...ที่บ้าน  พร้อมมวลสมาชิก  นกเขาไฟและเขียวคราม ที่เลี้ยงไว้ที่บ้าน..

 “ไซ”..ชื่อที่เราเรียกขานในกลุ่ม  “ไซนุง” แวะมาเยี่ยมและเชิญไปร่วมงานแต่งงาน/นิก๊ะห์ ที่จัดขึ้นที่บ้านในวันที่ 24 มิย. 55 ...วันพิเศษของ “ไซและเจ้าบ่าว” ..ที่จะร่วมชีวิตครองคู่กัน....ทำให้หวนนึกถึงวันที่ไซนุง เข้ามาเป็นศิษย์ในสำนัก อยู่ในความดูแล สารทุกข์ สุข ขณะทำิวิจัยป. ตรีด้านพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม.. อืมม์.. "ลูกสาว" ของเราก็โต และมีวิจารณญาณที่จะสร้างครอบครัวใหม่ อันเป็นพื้นฐานที่ดีของสังคมต่อไป...วันนี้จึงเขียนบันทึกเพื่อแสดงความยินดี มีความภูมิใจ  และใช้โอกาสในวันเสาร์ที่ผ่านมา (23มิย.'55) ไปเยี่ยมเยือนถึงบ้าน รู้จักครอบครัวและเรียนรู้..การเตรียมงานแต่งงานในวิถีมุสลิม..ตามที่เห็น....

“มาแกปูโล๊ะ “.ภาษามลายูถิ่น.. มาแก-กิน, ปูโล๊ะ-ข้าวเหนียว  การกินเหนียว/งานแต่งงาน  โดยมีพิธีนิก๊ะห์ (แต่งงานตามพิธีของศาสนาอิสลาม) ...ครั้งนี้ อาจารย์และศิษย์/เพื่อนร่วมสำนัก (ห้องแล็บพิษวิทยา.. สมัยนั้นก็มีพี่โก้และสมาชิกอีก  5 คน แต่มาร่วมงานไม่ได้ ยกเว้นพี่โก้) และครั้งนี้น้องมด นั่งเป็นผู้ร่วมทางไปด้วย ...กำหนดเป้าหมายที่  บ้านลูโบ๊ะ  อ.ระแงะ จ.นราธิวาส  แผนที่แจกไว้ในซอง เราเตรียมพร้อม เสาร์เช้า (7:30 น.) ออกจากนิวาสถาน มอ.ปัตตานี ต. รูสะมิแล... เติมน้ำมันเต็มถัง...กะเผื่อหลงทางด้วย... 555 ..แอบกระซิบเจ้า CRV เบาๆว่า..ขอเพียงขับไป/กลับปลอดภัยนะ “เจ้าแม่สุขรัก”  เพราะแม้แต่ชื่อตามแผนที่ที่ระบุไว้  บางชื่อยังไม่เคยได้ยินเลย  (งานนี้เอา"รัก" นำทางตามแผนที่ไปจริงๆ) ครั้งนี้หล่ะจะได้เห็นและรู้จักว่าอยู่ที่ไหน  ...เช้านั้นเราเลือกเส้นทางจากปัตตานีไปนราธิวาสโดยระหว่างทางแวะแยก ออกไปที่ อ. ยี่งอ    น้องๆสมาชิกร่วมทางต่างสนุกสนานไปกับการถ่ายรูป โดยเฉพาะด่านตรวจ..สังเกตดูว่าเดี่ยวนี้มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล  ส่วนใหญ่จะเห็นประเภท สร้างเป็น “หอสูง “ มีจำนวนมากขึ้น ทำด้วยเหล็กดูแน่นหนา ซึ่งมื่อก่อนวัสดุเป็นไม้ เป็นบังเกอร์แบบธรรมดาที่เห็นจนชินตา พร้อมขดลวดด้านหน้าเยอะแยะมากมาย มีหลายหน่วย/ชุดที่ปฏิบัติการ ตามที่ระบุไว้ มีทั้งทหารเรือ (นาวิกโยธิน) ทหารพราน ทหารบก ฯลฯ..ที่ร่วมดูแลพี่น้องในพื้นที่..ขอขอบคุณ ;-)).

น้ำใจผู้คน ..บนถนนสายเปลี่ยว..  อุ่นใจไม่น้อยกับมิตรภาพที่ได้รับ ...ลองตามไปกับเรา..กว่าจะถึงบ้านว่าที่เจ้าสาว ไซนุง...เช้านั้นเมื่อแยกจากสายหลัก (สาย 4)  ขับเข้าถึงหอนาฬิกา อ. ยี่งอ  ชาวบ้านร้านถิ่นที่นั่น ยังมีบ้านเรือนยุคดั้งเดิม บ้านเก่าๆมีให้เห็น กระเบื้องมุงหลังคาแผ่นเล็กๆยังมีใช้กันอยู่  เหลือบดูเวลาบอกว่า 9 โมงแล้วหนา (จริงเหรอ??) ..วนเข้าวงเวียนเลี้ยวแล้วก็จอดทันที เพราะดูว่าในแผนที่ ระบุไว้ กับแยกที่เราเลือกเข้ามาเนี่ย....ชักจะไม่ไปด้วยกัน....:-((

        *ครั้งที่1 พึงสังวร..ปฐมฤกษ์แห่งการสร้างมิตรภาพบนเส้นทาง ..ลงไปถามทาง พี่น้องในตลาด อ. ยี่งอ.  โก้กลับมาพร้อมรอยยิ้ม .และบอกว่ามีทางเชื่อมข้างหน้า..เราขับไปเรื่อยๆจากตลาดยี่งอ มุ่งตรงไป อ. ตันหยงมัส  แหล่งลองกองมีชื่อ ตลอดสองข้างทางเขียวสบายตา ไปตามถนนสองเลน..สุดท้ายไปจนมุม ที่สถานีรถไฟ “ตันหยงมัส.” เ็ห็นป้ายด้านหน้าสถานีสวยงามบ่งชี้ความเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ รฟท.เป็นเส้นทางการเดินทางหลักของผู้คนในพื้นที่มาช้านาน.. บรรยากาศเห็นแล้วก็นึกถึงเพลงที่ร้องได้สมัยวัยเด็ก.. "if you miss the train I'm on...you'll know that I'm gone....กำลังเพลินเชียวก็ต้องสะดุด..เหลียวมองหา..ไหนละนี่..แผนที่บอกไว้ให้ข้ามทางรถไฟ..ถามใคร??..ต้องลอง

        * ครั้งที่ 2 ..ตรงดิ่งไปหาหนุ่มมอเตอร์ไซค์ ..ผู้ใจดี.. ชี้ทางให้...อ๋อ เข้าใจหล่ะ....แผนที่กับของจริงหน่ะ...ไม่เหมือนอีกล่ะ... ยังไงก็ยังร่วมสนุก...ตามลายแทง .... ฝ่ายพลขับ ได้ทีร้องถามผู้ร่วมทางว่า ..วันนี้เราจะทำสถิติการถามทางสร้างมิตรภาพ (กว่าจะถึงบ้านงาน) สักกี่ครั้ง??..เอาเป็นว่าสักหนึ่งโหลละกัน จะใช้หมดโควตาไหม๊เนี่ย  :-))) ขณะขับผ่านบริเวณนั้น สายตามองหาเป้าหมายดังระบุไว้ในแผนที่ พร้อมร้องบอกว่า  บริเวณนี้ กรุณามองหาชื่อโรงเรียน "ดารุสสลาม"...อีกทั้งเราจะต้องเจอมัสยิด “ดุซงญอ”….เราขับรถเลยวงเวียนลองกอง...อืม..ทางไหนดีน๊า??...สุดท้ายเห็นเป็นตลาดก็ขับตามไป...อุ๊บ สายตาพลันเจอป้าย “ดุซงญอ”.. 14 กม....ป้ายเก่ามีคราบไคลเขียวบ่งบอกอายุการใช้งาน..ตัดสินใจ  เอาหล่ะน่ะ ...ไปตามทางนี้หล่ะ...ในใจก็สงสัยว่า ไหนหล่ะโรงเรียน และ มัสยิด ขับไปก็สงสัยไป??? ...เพื่อไม่ให้เพิ่มบรรยากาศเคร่งเครียดมากนัก.....ก็ร้องถามเป็นข้อสังเกตในมวลหมู่ผู้ร่วมทาง ...ปกติการกลับบ้าน มาลงรถไฟที่สถานีตันหยงมัส “ไซ”..เดินทางต่อไปบ้านอย่างไร??  ได้ยินเสียงตอบจากผู้ร่วมทาง "น้องมด" บอกว่า มีรถประจำทาง/รถสองแถว วิ่งจากสถานีรถไฟไปยัง อ. ระแงะ และค่อยต่อรถเข้าบ้าน..

 

ณ. ตอนนั้นที่มองเห็นประมวลได้ว่า  ”ดุซงญอ.. 14 กม.”…เส้นนี้ที่เราเข้ามา...เสมือนว่า..ไม่เป็นเส้นทางการสัญจรของรถโดยสารเลยนะ   เพราะไม่สังเกตเห็นรถประจำทาง หรือรถสองแถวอื่นๆผ่านสักคัน  ขับไปนานๆ ก็รู้สึกว่า เราจะเป็นเจ้าของถนน  ด้วยความหวั่นๆ  มีเพียงรถเราคันเดียวเท่านั้น ในเส้นทางแสนเปลี่ยวเดียวดายเช่นนี้ .. ท่ามกลางความเขียวขจี ร่มรื่น โค้งน้อยใหญ่ วกวนไปมา  ต้นไม้เห็นแล้วชื่นตา  บังเอิญ..ใครไปถูกปุ่มเครื่องเสียงในรถ..มีเสียงเพลงดังขี้นมา.... like a  bridge over trouble water…แหมช่างจะเข้ากับบรรยากาศ.. เลยร้องเพลงคลอซะเสียงดัง  ให้สมกับกับความคิดว่า "troublesome"  แล้วไหม๊?? 

 

เส้นทางนี้มีชื่อออกจะไพเราะ  “ดุซงญอ” คำนี้ได้ยินครั้งแรกก็ชอบมาก ..มีประวัติศาสตร์หน้าหลัก ที่ถูกกล่าวขานถึงไม่น้อยไปกว่ากรณี "กรือเซะ"  เพียงแต่เกิดในยุคก่อนๆ (ปี 2491.. กบฏดุซงญอ) ขณะขับไปก็คิดไปเงียบๆ ถึงประวัติศาสตร์สมัยนั้นที่เกิดขึ้นบริเวณ "ดุซงญอ"  กาลเวลาหมุนเปลี่ยน สมัยแล้วสมัยเล่า ความรู้สึกเก่าๆยังฝังลึก หวนนึกถึงปัญหาสภาพปัญหาการเมืองการปกครองที่ไม่สอดคล้องต่อวิถีที่นี่.. ตื่นจากความคิดในภวังค์ ด้วยบังเอิญผ่านบ้านผู้คน …กำลังง่วนกับการกรีดยางเก็บน้ำยาง ข้าขอสลาม..

        * ครั้งที่ 3...พี่น้องมุสลิมบอกว่าใช่ ..ต่อไปเส้นนี้จะเจอ “มัสยิดดุซงญอ”  ขณะที่ฝ่ายนาวิเกเตอร์ (navigator) ลงไปถามทาง..ฝ่ายพลขับ ก็สังเกตดูว่า ผู้คนที่บ้านที่ใกล้เคียง แอบเปิดม่าน แง้มหน้าต่าง มองมาที่เรา...อืม...คงให้กำลังใจ...ว่านานๆจะมีรถเข้ามาสักคัน...ป้ายทะเบียน กทม. ซะด้วย..ก็ไม่แปลกกับการหลง/ถามทาง....จริงๆบนถนนเส้นทางสองเลนนี้ บางช่วงมีทางโค้ง เป็นอุโมงค์แมกไม้ สวยงาม....ขับมาจนสุดปลายถนนเส้นนี้ 14 กม..  เราเห็นทางออกเป็นสามแยกด้านหน้า (light at the end of the tunnel) อ่านสัญลักษณ์ป้ายบอกทางว่า ซ้าย...อ. ระแงะ  และ อ. จะแนะ. ส่วนทางขวาไป  อ. ยี่งอ..คงถูกทางแล้วมั้ง

 

...เจ้า CRV เลือกไปทางที่ชี้ว่า อ. ระแงะ...ขับผ่านด่านตรวจ ที่มีบังเกอร์/ขดลวด ป้องกันแน่นหนา มีไวนิลขนาดใหญ่ รวมรายชื่อและภาพผู้ต้องสงสัย (most wanted !! ) ติดไว้เทียบเคียงขณะผ่านด่าน สร้างบรรยากาศความอึดอัด อึมครึม :-(( แ่ก่ผู้ใช้เส้นทางสัญจรไม่น้อย..แต่ทว่าดูราวกับจะเป็นยุทธวิธีที่ใช้ป้องปรามของที่นี่.

ด้วยความสงสัยเป็นหนักหนา ..ไหนหล่ะ “มัสยิดดุซงญอ”....เรายังไม่เห็นนะ  พลาดทั้งโรงเรียนและมัสยิด ดังระบุไว้ในแผนที่...อืมม์...มองไปเพื่อการตัดสินใจ....สุดท้ายแยกหน้า มีมัสยิดใหญ่..บอกผู้ร่วมทางว่าอ่านให้ทัน ใช่..มัสยิดดุซงญอ ไหม๊นั่น ?   ขับผ่านไปแล้วก็ไม่มีชื่อ....แต่เป็นมัสยิดที่สวยมาก...ตำแหน่งที่ตั้งทำให้มัสยิด เด่นเป็นสง่า...ฤาที่นี่จะเป็นที่เกิดเหตุการณ์เมื่อครั้งประวัติศาสตร์ ?? สุนทรียที่เต็มเปี่ยมมาตลอดเส้นทาง ก็ยังมีเพิ่มขึ้น ยามเมื่อยลมัสยิดสวย มากด้วยสถาปัตยกรรม ประจำถิ่น...เราเห็นปตท. อยู่ใกล้กัน และในแผนที่ก็บอกไว้ว่ามี ปตท...เอ.หรือจะเป็นปั๊มเดียวกันไหม๊?? ยังไงก็ตรงไปก่อนน่ะ  เพราะในแผนที่ระบุว่ามีค่ายทหาร...ที่ผ่านมาก็ยังไม่เจอ  มีแต่ด่านทหารเท่านั้น...เราเลือกไปทางตรง  ไม่นานนักมีป้ายบอกว่า ไป อ. สุคีริน....เอ ใช่ป่าว?? สมองคิดเร็วรี่...

 

       *ครั้งที่ 4 ...อุ๊ป..โชคดี...ที่ร้านค้าชาวบ้านพูดมลายูถิ่นแต่เราจับได้ว่า  “มาแกปูโล๊ะ”…หมายถึง กินเหนียว ก็งานแต่งนั่นหล่ะ....จุดใต้ตำตอ ที่ไปเจอ ญาติเจ้าไซ..พอดี.....แต่บอกว่า ไหง.. เรามาผิดทาง  ...ไม่เป็นไร ย้อนไปใหม่   เลี้ยวตรงที่มีด่าน....ทหารที่ด่านก็คง..งง...รถคันนี้ชลอๆ ตัดสินใจ สุดท้ายก็ต้องวกกลับมา...หลงทางค่ะพี่ทหาร..ทั้งที่หน้าตาก็ "กำปง" ใช้ได้ (มลายูถิ่น, กำปง-บ้านๆ, หมู่บ้าน)   เราขับรถไปทางเส้นที่เรียกว่าเป็น อ.จะแนะ...ตามที่ญาติเจ้าไซ บอกมา.....โอเค....จะแนะ  ก็..จะแนะ หล่ะน๊า.....ในใจก็ค้านว่า...ในเมื่อเราจะไป.. อ. ระแงะ ทำไม เส้นทางที่ขับไป เป็น อ. จะแนะ....ขับไปก็สงสัยไป...อืม...ชื่อก็ออกจะคล้ายๆกันด้วยซิ  "ระแงะ" กับ "จะแนะ" เนี่ย..ฟังผิดหรือป่าว?  ดีนะเนี่ยที่ไม่มี "จะนะ" เป็นอีกหนึ่งทางเลือก... 555  โชคดี อ. จะนะ อยู่ที่สงขลา แต่ ที่นี่..นราธิวาส..นะจ๊๋ะ :-))  ลงถามอีกครา..

        *ครั้งที่ 5..  มีผู้ชายเดินจูงลูกข้ามถนน   โก้โชว์ให้ดูทั้งแผนที่และการ์ดงานแต่ง....ชายหนุ่ม ยืนยันว่า.. ถูกแล้วเส้นนี้  ...ขับต่อไป  เจอชื่อโรงเรียนดังที่ระบุในแผนที่  OMG !! ถูกซะที  เพิ่งเจอโรงเรียนแรก ทั้งที่พลาดโรงเรียนมาแล้วหนึ่งโรงเรียน  แต่หามัสยิดที่ระบุไว้ไม่เจอ...ขับต่อไปในเส้นทาง

ความสวยของเส้นทาง ทำให้นึกฮัมเพลงโปรดซะหน่อยให้เข้ากับบรรยากาศ... the long and winding road..that leads (me) to your door...จากที่มองเห็นภูเขาไกลๆ  ก็เป็นเข้าใกล้เขาเข้าไปเรื่อยๆ   พลันสายตามองเห็นป้ายบอกว่า อ. สุคีรินอีก....ไม่ใช่แน่แล้ว ที่เราจะไป....ไม่ต้องตระหนก

        * ครั้งที่ 6..ถามกลุ่มคนชาย/หญิง...ดูทีท่าว่าแลกเปลี่ยนความคิดกันพอสมควร ยื่นกระดาษโพยแผนที่ ส่งกลับไป/ กลับมา ท่าทางจริงจัง..อุ๊ป...ใจชื้นขึ้นมาหน่อย เพราะมีป้าย ตัวอักษรเล็กๆด้านล่างมีคำว่า บ้านลูโบ๊ะ..ให้สังเกตเห็น...แหม...ป้ายหมู่บ้านนี้ก็ออกจะเห็นง่าย เวลาขากลับ ขาไป (ตะกี้ที่ขับผ่ามาก ไม่ยักกะเห็นเลย)....และเป็นที่น่าสังเกตว่า..มีเพียงมัสยิดเดียวเท่านั้นที่ผ่านมา...ชื่อก็ออกจะไพเราะ..เป็นภาษาอาหรับ.....แล้วจะใช่มัสยิดลูโบ๊ะที่ระบุไว้ในแผนที่ไหม??  ยังไม่เข็ด

        * ครั้งที่ 7  แวะถามเด็กๆแถวนั้น บอกว่าใช่แล้ว นี่แหละมัสยิดลูโบ๊ะ  ถึงบางอ้อ ว่า ผู้คนพื้นถิ่นที่นี่เรียกมัสยิดตามตำแหน่งที่ตั้ง !! ส่วนเราคนมาเยือนสังเกตชื่อจากป้ายเท่านั้น แล้วเราจะรักกันได้อย่างไร ..อุ๊ป เราจะเจอกันได้ไง??  ครั้นมองป้ายมัสยิดเห็นระบุว่าเป็น อ. จะแนะ แต่ที่เราจะไปเป็น ลูโบ๊ะ อ. ระแงะ ...เผลออุทานออกมา อุ๊แม่เจ้า.. เป็นไปได้ไหม๊ มัสยิดลูโบ๊ะ จะมีทั้งสองอำเภอ??  ยังไงตอนนี้ก็เลือกทางลงไปบ้านงาน เพราะระบุว่า เป็นทางคอนกรีต....ชักไม่แน่ใจอีก ถามปากซอยว่า พรุ่งนี้มีบ้านข้างในเค้ามีงานกินเหนียวไหม๊???   ได้รับการยืนยันว่ามี.....เราขับเข้าไป เด็กๆที่บอกทาง เมื่อถูกถามว่า มีสะพานไหม๊ ??  ต่า่งตอบกลับมาว่า ..มีคลอง..?? แล้วเราก็ขับรถข้ามคลอง...ตามองหาบ้านไซ...อ้ออยู่นี่ไง...ขับรถเลยไปแล้ว เพระบ้านงานมีเต้นท์หน้าบ้าน.

 

...ละแล้วมิตรภาพระหว่างเส้นทางที่มอบให้ ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองอย่างนี้ ผู้คนไม่แล้งน้ำใจ  เมื่อถามไถ่ให้ความช่วยเหลือ  เพื่อนต่างถิ่น ต่างภาษาวัฒนธรรม ที่เราที่ขับรถไปไม่มีใครพูดภาษามลายูถิ่นได้เลย แต่ผู้คนที่นี่พูดกันด้วยมลายูถิ่นเป็นหลัก ทำให้เรามาถึงบ้าน "ไซ" อย่างกะเล่น RC ตามลายแทง  สร้างความแปลกใจให้แก่เจ้าบ้าน..ว่าที่เจ้าสาวไม่น้อย...เมื่อเราโทรแจ้งว่าเข้าซอยในหมู่บ้านมาแล้ว บ้านงานอยู่ตรงไหน?? แหม..ที่แท้..บ้านเจ้าสาว "ไซนุง" อยู่ตรงรอยต่อของทั้งสองอำเภอนี่เอง ทำให้ "ระแงะ"  กับ  "จะแนะ"..แทบจะแกะกันไม่ออกนะซิ

วันสุกดิบ/ก่อนงานแต่ง ...เบื้องหลังการเตรียมงาน   ด้านหน้าเห็นการขนย้ายอุปกรณ์เป็นเครื่องบัลลังก์ให้บ่าว-สาวนั่งในงานพิธีแบบมุสลิม   ซุ้มดอกไม้สวยงามกำลังจัดแต่ง  ขณะเดินสำรวจโรงครัว เห็นว่ามีการเตรียมพร้อมสถานที่ ยกเป็นโรงขึ้นมาใหม่ ไม้แผ่นหนาหน้ากว้างนำมาปูเป็นพื้น ร่องรอยเสาไม้ยังสดๆ  อีกทั้งวัสดุ อุปกรณ์  ส่วนใหญ่จะเป็นการเช่าจากผู้ทำธุรกิจด้านนี้  ลังถึงขนาดใหญ่ สีดำบ่งบอกอายุงาน ที่ถูกรมด้วยควันจากฟืนไฟ  เอาไว้นึ่งข้าวสวยปริมาณมาก เลี้ยงแขกในงาน อีกทั้งเตรียมอาหาร ลูกขนุนอ่อน ถูกตัดไว้และปาดให้ยางไหล เตรียมไว้ใช้ ..(น่าจะแกงอะไรใส่ขนุนอ่อน)  ..หน่อไม้ (เกอปง) ซอยและต้มแช่น้ำไว้ในภาชนะ มีร่องรอยการต้มในกระทะใบใหญ่ที่วางบนก้อนเส้า  สมุนไพร ข่า ส้มแขก  ยอดผักกูด (ปูโจ๊ะปากู, ปูโจ๊ะ-ยอด, ปากู-ผักกูด) และ ผักชีล้อม จัดมาเป็นกระสอบๆ  ส่วนใต้ถุนบ้าน มีมะพร้าวเป็นร้อยๆลูกทั้งที่ปอก/ไม่ปอกเปลือก  และ กองไม้ฟืน จัดเตรียมไว้เต็มที่เพื่อจัดเลี้ยงในวันงาน ...โห..เยอะจริงๆอย่างนี้เลยเหรอ??  

 

เช้านี้ไซ..ออกไปจ่ายตลาดที่ อ. ตันหยงมัส พร้อมกับแม่และญาติๆ... ส่วนพ่อและน้องๆผู้ชาย/หญิง และญาติๆก็จัดเตรียมเกี่ยวกับงาน เห็นได้ชัดว่าระบบเครือญาติยังช่วยเหลือกันเต็มที่ และเนื่องจากเป็นครอบครัวขยาย (extended family) สมาชิกมากมายในแต่ละครอบครัว มีทุกรุ่นตั้งแต่ ตา /ยาย  พี่น้องของตา/ยาย  พ่อ/แม่ และญาติพี่น้องของพ่อ/แม่  พี่/น้องของเจ้าสาว ซึ่งแต่งงานออกเรือนไปแล้วส่วนใหญ่  (ทั้งหมด 13 คน :-)) ทำให้วันนั้นก่อนงานมีเด็กๆวิ่งเล่นสนุกสนาน นึกถึงว่าเป็นวันแห่งความสุข อีกวันหนึ่งของครอบครัว ที่ไ้ด้มาพร้อมหน้าพร้อมตากัน นอกจากนี้ที่บ้านมีทั้ง เต่า นาก นก เลี้ยงไว้เป็นสมาชิกของครอบครัว อยู่ร่วมกันด้วยความอบอุ่น :-))

 

ต่อคำถามว่า "เจ้าบ่าว" จะมาเตรียมงาน ที่บ้านผู้หญิงก่อนงานไหม๊??  ได้รับคำตอบว่า เจ้าบ่าวมาที่บ้านในวันแต่งช่วงทำิพิธี นิก๊ะห์ และจะอยู่ที่ครอบครัวผู้หญิงสัก 3 วัน จากนั้นก็เป็นการส่งตัวผู้หญิง  ให้ไปอยู่กินที่บ้านผู้ชาย  ต้อนรับผู้หญิงเข้าครอบครัวผู้ชาย ในกรณีของ "ไซนุง"  มีการจัดงานเลี้ยงทั้งสองฝ่าย คือนอกจากงานที่บ้านตัวเองในฐานะเจ้าสาวแล้ว  การรับผู้หญิงเข้าครอบครัวฝ่ายชาย  ก็เชิญแขกร่วมทานเลี้ยงเช่นกัน งานเลี้ยงที่บ้านงาน..จัดเลี้ยงค่อนข้างยาว เริ่มตั้งแต่เช้า สาย บ่าย ค่ำและกลางคืน (8:00-20:00 น. ตามที่ระบุในการ์ด) 

 

วันนั้นเราขอมีส่วนร่วมด้วยการช่วยตักน้ำ ที่นี่ใช้ระบบรอก ดึงเชือกตักน้ำจากบ่อน้ำโบราณ  เป็นเพราะวันนี้น้ำไม่สามารถสูบขึ้นมาได้   ตักน้ำขึ้นมาแช่ข้าวเหนียว  เอาไว้หุงคืนก่อนงาน ช่วยกันโดยสามสหายจากปัตตานี..เริ่มจากครู เพื่อนและพี่ ..

 

เราทานข้าวกลางวันกับไซ มีหน่อปุด ผักพื้นบ้านนำมาลวกจิ้มน้ำพริกและอื่นๆ....คุยกันว่าเราขับมาทางเส้นไหน ??? ...ทำไมแผนที่กับเส้นที่เรามาช่างจะต่างกัน ??  สอบถามเพื่อทบทวนความจำ ว่าจริงๆแล้วเส้นทางเป็นอย่างไร  ในที่สุดก็เข้าใจ..(อย่างนี้หล่ะขับรถ..เพื่อการศึกษา :-)))   ญาติๆและไซ พอรู้ว่าเราเลือกมาทาง “ดุซงญอ  14 กม. เส้นนั้น” ก็เป็นห่วง พร้อมบอกว่าเป็นทางลัดและเปลี่ยวมากคนไม่นิยมใช้  เราก็ถึงบางอ้อ..ไม่น่าหล่ะ ไม่ค่อยมีรถเลยจริงๆซะด้วย...แต่บทเรียนนี้ผ่านมาได้ด้วยดี..   ขากลับปัตตานีได้รับการสำทับว่าให้กลับทางใหม่ เป็นเส้นทางที่คนส่วนใหญ่ใช้กัน  เลยได้แต่ยิ้มๆรำพึงกับตัวเองในใจว่า ... "วันนี้ทำแบบฝึกหัดที่ยากและท้าทายอีกแล้วซิเรา"... จากนั้นเดินทางกลับปัตตานีด้วยการตีรถเข้านราธิวาส.. เส้นที่เราใช้บ่อย.. ระหว่างทางที่ขับมา...แฮ่ๆ ขากลับนาวิเกเตอร์ไม่ต้องทำงานหนักหน่วง...เลยง่วงมาก หลับโชว์ซะเลย ตื่นมาก็โน่นหล่ะเกือบจะถึงปัตตานี...

 

เลยได้นั่งใคร่ครวญสิ่งที่ประสบมาในวันนี้ ...อืมม์...การมีน้ำใจ มิตรภาพและรอยยิ้มที่ได้รับ ความจริงใจที่สัมผัสได้ ขณะที่ลงไปถามทาง ...พื้นที่แห่งนี้ยังคงมีเสน่ห์..ต้อนรับแขกผู้มาเยือน อย่างทีี่่่เป็นวิถีดั้งเดิมของพี่น้องที่นี่ วิถีชีวิตชนบทแบบสบายๆ ช่วยเหลือเอื้ออาทร ธรรมชาติก็แสนจะเว้าวอน..เชิญชวน..ทำไมหล่ะ?? อะไรหล่ะ??..ทำให้ภาพที่ออกไปสู่ภายนอกพื้นที่กลับเป็นอย่างอื่น...เมื่อไหร่สันติสุขจะกลับมาดั่งเดิม...คิดไปเพียงลำพังเงียบๆ  ขณะขับรถกลับปัตตานีแบบสบายๆ บนถนนสายหลัก..

ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การเดินทางในบริบทวันนี้.. “การเขียน/ การใช้แผนที่..และการเรียกชื่อสถานที่ ตามความคุ้นชินของคนในพื้นถิ่น”   เช่น การเรียกชื่อมัสยิด...เรียกตามสถานที่... มัสยิด “ดุซงญอ”  ก็คือมัสยิดใหญ่ที่นั่น  ถึงแม้จะไม่มีป้ายชื่อระบุไว้ หรือเปลี่ยนชื่อเป็นภาษาอาหรับ ชาวพื้นที่เรียกอย่างงั้น..  ชาวเราก็เลยพลาด ทั้งมัสยิด “ดุซงญอ”  และมัสยิด “ลูโบ๊ะ”   ซึ่งใช้เป็นจุดสำคัญบนแผนที่ได้รับ..จึงเป็นบทเีรียนที่ได้เรียนรู้ ฝึกเตรียมพร้อมสำหรับการขับรถในพื้นที่ซึ่งมีวิถีเช่นนี้ .:-))

ยังไงก็สุขใจมาก... ที่ได้เดินทาง ขับรถไปถึงบ้าน ..ร่วมแสดงความยินดีล่วงหน้า ก่อนงาน.. ไปเห็นเบื้องหลัง การเตรียมงานกินเหนียว/แต่งงาน..เท่าที่สังเกตได้  ..โดยใช้ ความรักนำทางไป.....ไม่รักกันจริงก็ คงไปไม่ถึงบ้าน.....นี่คืออีกบทบาทของครู-ศิษย์ ที่นอกจากจะชี้แนะ/ให้ความคิด บ่มเพาะศิษย์ให้มีความรู้  มีจิตวิญญาณทีดี  มีความแข็งแกร่งพอที่เลี้ยงตัวและสร้างครอบครัวต่อไปได้  ก็เฝ้ามอง ให้กำลังใจ ด้วยความชื่นชมต่อไป..

ความคิดเห็น

รูปภาพของ burung

บทเรียนที่ท้าทาย

ยินดีกับไซนุงและขอให้มีชีวิตคู่ที่ผาสุข

และยินดีกับครู พี่ เพื่อนที่สามารถผ่านบทเรียนที่ท้าทายไปได้ด้วยดี

โอกาสหน้าอยากให้บทเรียนง่ายขึ้นสงสัยต้องหา GPS สักตัวครับผม

รูปภาพของ kwancha

อืม...GPS เหรอค่ะ:-))

ขอบคุณค่ะ คุณ burung ที่เสนอเทคโนโลยีทางเลือก GPS   ส่วนใหญ่เค้าก็จะใช้กันนะค่ะ.. แต่คิดว่าบทเรียนนี้ก็เป็นโอกาสพิเศษ นานๆจะไ้ด้มีอย่างนี้ ... ขับรถไปเอง ทุกคนในรถพูดมลายูถิ่นไม่ได้  ขณะที่ผู้คนที่นี่ส่วนใหญ่สื่อสารด้วยมลายูถิ่น... ด้้วยความเชื่อมั่นว่าขณะที่แวะลงถามทาง ก็เป็นการสื่อ..ด้วยพลังที่ดีๆจากเจตนาที่ดีออกไปถึงกัน ...ใช้ "ใจเรา" วัด "ใจเค้า" ก็เข้าถึง "ใจ" ของผองพี่น้องในพื้นที่ค่ะ  ทุกครั้งที่ลงจากรถเดินไปหาขอความช่วยเหลือ  จึงได้ "ใจ" กลับมาเป็นกอง ผนวกกับ "รัก" ที่พกพามาเต็มทุกห้องหัวใจ เพื่อไปงานแต่งของ "ไซ" ซึ่งอยู่ที่ไหนก็ยังไม่มีภาพกันเลย (in the middle of nowhere) ไปตามแผนที่จริงๆ...    พลังบวกที่ดีๆจาก..ใจและความรัก.. ช่วยกันนำทางให้ไปถึงบ้าน "ไซ"จนได้ แบบครบทุกอรรถรส ..ผจญภัย ท้าทาย สนุกสนาน ใจตุ๊มๆต่อมๆ   ลุ้นระทึก  ประหลาดใจ  ประทับใจ..โห... อีกมากมาย...หลากหลายสีสัน จริงๆแล้ว ก็เผื่อเวลาไว้ทั้งวันเลยนะนั่น เพราะออกจากปัตตานีตั้งแต่เช้า เส้นทางตามที่ระบุไว้ก็ไม่ไกล  ไปแบบชิลๆ   กะสำรวจเส้นทาง ร่วมเรียนรู้..ใช่/ไม่ใช่..กันเต็มที่  ;-)) .  เสียดายวันนั้น คุณ burung ไม่ได้ไปด้วย   คิดว่าถ้าได้ไปก็คงสนุกไม่น้อยเช่นกัน อาจจะช่วยผลัดกันลงไปถาม ส่งรอยยิ้มให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ถนัดอยู่แล้ว..:-))  เส้นทางก็ร่มรื่นมาก ป่าเขียวเชียวค่ะ เสียดาย ผ่านตันหยงมัส และ ซีโป ถิ่นลองกองมีชื่อ แต่ไม่ใช่ช่วงฤดูลองกอง จึงไม่มีให้ลิ้มลอง  คราวต่อไปต้องทำแบบฝึกหัดใหม่..สนใจร่วมทริบไหม๊ค่ะ??    ส่วนประสบการณ์การใช้  GPS นั้น ช่วงไปทริบที่ป่าบาลา อ.แว้ง เราไปกับรถ Toyota prado คันนี้มี GPS ไว้ติดรถ.....แฮ่ๆ..ทำเอาวกวนเช่นกัน ถ้าเชื่อตามนั้น อาจตกเหวไปก็ได้บางครั้ง... ดีหน๊ะ่  เราไม่เชื่อ เพราะชำนาญทาง  (ไปมาหลายรอบแล้วที่นั่น)  แต่ก็ได้ใช้เป็นโอกาสในการเรียนรู้ว่า GPS เค้าเลือกเส้นทางกันอย่างไร ..หากเราไม่เืลือกไปในเส้นที่ GPS กำหนดไว้ ก็จะเตือน (บ่น) อยู่นั่นแหละ :-(( ..พอมาเจอเส้นหลักก็ค่อยเงียบหน่อย  ..แต่สนุกดีไปอีกแบบค่ะ...

Corporate as a team, bond as a family

รูปภาพของ Margarita

ตื่นเต้น ลุ้นระทึก ปราบปลื้มและซาบซึ้ง : )

อ่านเรื่องนี้ของอาจารย์แล้วได้หลายความรู้สึกค่ะ ตื่นเต้นและลุ้นระทึกมากบนถนนดูซงญอ อย่างกับดูหนัง
ริต้าว่าเพื่อนร่วมทางสำคัญที่สุด พร้อมจะลุยไปด้วยกัน ยิ้มไปด้วยกันไม่ว่าจะเจออะไร


"ไม่รักกันจริงก็ คงไปไม่ถึงบ้าน" ชอบประโยคนี้จังค่ะ แค่อ่านมาครึ่งเรื่องไม่บอกก็รู้ ว่า ไม่รักกันจริง คงไม่ไป smiley "ไซนุง" ก็คงจะดีใจและปลาบปลื้มใจมากๆ ที่อาจารย์พี่และเพื่อน มาถึงบ้าน ในวันสำคัญของเขา คนอ่านยังปลื้มแทนเลยค่ะ

พูดถึงงานแต่ง กลัวเหลือเกินว่าต่อไป วัฒนธรรมประเพณีและวิถีเก่าๆ จะไม่มีให้เห็น ตอนเด็กๆสนุกมากเวลามีงาน ตั้งแต่วันสุกดิบ ชาวบ้านมาช่วยกันเตรียมงาน ฝ่ายผู้ชายล้มสัตว์ ผู้หญิงหั่นเนื้อเก็บไว้ มีกะทะใหญ่ๆ หม้อใหญ่ๆ ในโรงครัวที่ถูกสร้างขึ้นเป็นเพิงชั่วคราว มีมะพร้าวกองโตๆ เด็กๆวิ่งเล่น  และก็รอกินไส้อ่อนลวกน้ำจิ้ม วันเสร็จงานแกงเผ็ดเหลือก้อุ่นจนแห้งคั่วจนเนื้อร่วนเก็บไว้กิน อร่อยมากๆ smiley
 

จัดงานในโรงแรมกันเสียหมดอดกินไส้อ่อนลวกน้ำจิ้มเลยค่ะfrown

 

"จงเก็บเกี่ยวความสุข --- ระหว่างการเดินทาง"

รูปภาพของ kwancha

ํyummy:-))

น้องริต้าคะ  ... ใช่ค่ะ   มีผู้ร่วมทางดีด้วยค่ะ  ถึงไหนถึงกัน  ไม่หวั่น  และเราไปกันแบบสบายๆ เที่ยวไปด้วย ไม่มอดม้วยมรณา เพราะเจตนาดี เป็นที่ตั้งค่ะ   ถือโอกาสเรียนรู้วิถีชาวพื้นที่ไปด้วยเลยค่ะ  

ส่วนเรื่องบรรยากาศงาน ก็ชอบเช่นเดียวกับน้องริต้า ชอบให้จัดที่บ้าน  ใครจัดที่บ้านก็จะไปเยือนถึงถิ่นค่ะ    แหม..ก็บ้านน้องริต้า..ออกจะอบอุ่น อวลไอ ไปด้วยญาติ ล้อมหน้าล้อมหลัง...บ้านหน่ะค่ะ :-))  แถมฝีมือทำอาหารก็สุดยอด อืม...นึกถึงไส้อ่อน ก็น้ำลายไหลแล้วหล่ะค่ะ... yummy ...

บรรยากาศบ้านงาน ก็สนุกสนานอย่างที่ไปเห็น และ อย่างที่น้องริต้ากล่าวมา เพราะโดยส่วนตัวแล้วก็จะเห็นภาพอย่างนั้นมาตั้งแต่เล็กๆ ฉะันั้นที่บ้านเมื่อมีงานแต่ง ก็จะเป็นโอกาสเชิญแขก คนสนิทไปเยี่ยมบ้านด้วยนั่นเอง  .ส่วนน้องริต้า..ได้ฤกษ์กินเหนียวเมื่อไหร่..จะเตรียมพร้อมทำตัวให้ว่างเลยค่ะ    บุกถึงบ้านแน่ๆเช่นกัน...ไม่ยากเลย แถวๆนี้เอง..ขับรถไม่ไกล..;-))

ใช่ค่ะ   ไซ.. เป็นศิษย์ที่น่ารัก สม่ำเสมอ จริงใจ  ปกติแล้วโดยส่วนตัว.. รักมากผูกพันกันมาก ก็หาโอกาสไปให้ถึงบ้าน รู้จักครอบครัวกันทุกๆคน..ครอบครัวใครก็เป็นวิถี เป็นตำนานของบ้านนั้นๆ  ถึงแม้ว่า ไม่ใช่จะมีงานแต่งก็ พยายามหาโอกาสไปเยี่ยมเยือน  แต่ถ้ามีงานก็ต้องจัดเวลาขึ้นมาเป็นลำดับพิเศษ..ไปให้ได้ค่ะ..:-))

 

Corporate as a team, bond as a family

รูปภาพของ Sumu noi

ดีใจกับเพื่อน

      ยินดีและดีใจกับเพื่อนไซ มั่กๆ มาก   เป็นอะไรที่ตื่นเต้นแทน เนื่องจากได้เห็นวิวัฒนาการ ของทั้งคู่มาตั้งแต่ต้น 
 ชอบในความรักของคู่นี้ที่ไม่ต้องวิ่งหา แต่เป็นรักที่เดินทางมาหากัน ....
      การเดินทางด้วยใจรัก...ที่สนุกสนาน  และเสียวสันหลัง วาบ วาบ ไปพร้อมๆกัน ก็ไปถึงที่หมายจนได้  และในท่ามกลางความหวาดหวั่นและระแวงซึ่งกันในพื้นที่แห่งนี้  การเดินทางครั้งนี้ก็เป้นเครื่องพิสูจน์กับตัวเองแล้วว่า  มิตรภาพ ความน่ารัก และรอยยิ้ม ยังมีอยู่ในพื้นที่ที่สีแดง แผ่นนี้  (ยังแอบหลุดปากเลยว่า .....  เค้าน่ารักจัง)  บางทีมันจึงเป้นบทเรียนดีๆ ว่า....พื้นที่นี้คงสงบ และสงบร่มเย้นได้อีกครั้ง ถ้าหากเราใช้ใจแรกใจกัน ตัดไส้ติ่งแห่งความระแวงออกจากกัน (หวังว่าจะมีวันนั้น) 
     ขอให้เพื่อนไซมีความสุข มีครอบครัวที่น่ารัก ตลอดไป 

มดตะนอย

รูปภาพของ kwancha

วิวัฒนาการ "รัก"...เหรอค่ะ หนูมด:-))

As time goes  by.. ..ชีวิตมีช่วงจังหวะและเวลา ค่ะหนูมด ...  ลองมองย้อนเพียงเดือนนี้ ..ขณะที่.ศิษย์รักคนหนึ่ง ..คร่ำเคร่งเตรียมสอบวิทยานิพนธ์ระดับป. โทเมื่อวันที่ 8 มิย. '55  และผ่านไปได้ด้วยดี มีรอยยิ้ม..นั่นคือ หนูมด   ครั้นมาปลายเดือน 24 มิย.' 55..ศิษย์รักอีกคน เพื่อนร่วมรุ่นกะหนูมด   เจ้าไซ..เข้าร่วมพิธีแต่งงานกับหวานใจ....อืม..ชีวิตใครก็ใครนั่นหล่ะลิขิต... ในฐานะครู-ศิษย์ ...ยินดี และดีใจกับชีวิตที่เปลี่ยนผ่านไปของศิษย์รักทั้งคู่...ที่ได้มาในสิ่งที่ต่างกัน  และเป็น gift ที่ประเสริฐทั้งนั้น...โดยเฉพาะของ "ไซ"..ไม่ต้องไขว่คว้า วิ่งหา...ถ้าใช่ก็คือใช่ แบบใสๆ ใจสื่อถึงกัน ... ค่ะ หนูมด..อย่างงี้ไม่่น่าจะเรียก..วิวัฒนาการ "รัก"..นะค่ะ.. วิวัฒนาการต้องใช้เวลานาน..แต่ของ "ไซ" เกิดเร็วกว่ากระบวนการวิวัฒนาการตามท่าน ชาร์ล ดาวิน.ว่าไว้.เป็นไหนๆ...เห็นด้วยไหม๊ค่ะ...so speed up :-))

Corporate as a team, bond as a family

รูปภาพของ tanakorn

ยินดีกับไซนุงด้วยนะครับ

ยินดีกับไซนุงด้วยนะครับ มีความสุขในชีวิตแต่งงานนะครับ 

รูปภาพของ Somsak

สุดยอด

สุดยอดครับ ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ คนต่างถิ่นบอกว่าน่ากลัว อย่าไปเลย มีแต่ระเบิด (ก่อนไปถึงงานแต่ง ใช้ทางลัดที่ไม่ค่อยมีรถและบ้านคนไปทั้งหลายกิโล ริมข้างทางสวยมาก) ลงถามทางทุกครั้งคนให้คำตอบเขาก็ตอบด้วยความเป็นมิตร บางคนเล่นมุขด้วย ก่อนครั้งสุดท้ายเพราะเราเลยไปถึงอ.สุคิริน แล้ว จะเห็นได้ว่าจริงแล้วภาพและสิ่งที่เห็นในทีวีเป็นเพียงข่าว ข่าวลือ (เพราะกระผมก็เป็นคนต่างถิ่นเหมือนกัน เพียงแค่มาอยู่ในพื้นที่นานเท่านั้นเอง)

กะชีโว้

รูปภาพของ kwancha

Thanks..พ่อนาวิเกเตอร์คน'คอน..อุ๊ป..นคร:-))

โก้ค่ะ.. ขอเยล (Yell) อย่างลูกเสือ... เอามือขึ้นมาแนบหัวใจ แล้วส่งออกไปพร้อมกล่าว 3 ครั้งว่า .สุดยอดจริงๆๆ ... 555    นาวิเกเตอร์คนเก่งทำหน้าที่ได้ดีมาก.  นี่แหละน๊๋า ถึงต้องให้ไปด้วยทุกที่ .. หลงแต่ก็ถึงจนได้  ...ขอบคุณสุดๆค่ะ ... แต่ขอบอกว่า ขณะที่โก้ลงไปถาม นั้น  พลขับเตรียมพร้อม แผนสำรองเลยหน่ะ ...แฮ่ๆ มีหลายแผนเตรียมไว้ ...เกรงว่าจะหยิบมาใช้ไม่ทัน  อืมม์...international girl guide สอนไว้  "be ready" .. :-))  เอาเป็นว่าขอบคุณที่มีวันพิเศษเช่นนั้น  ให้เราได้เจอกับบรรยากาศแห่งมิตรภาพ น้ำใสใจจริงของพี่น้องในพื้นที..(สีแดง ตามนิยามของใครบางคน:-(( แหมก็ในรถ มีแต่คน ชุมพร คนนครศรีฯ และคนสงขลา นิ. พูดมลายูไม่ได้กันสักคำ ..แต่ "แหลงใต้" ได้นะโก้  .เอารักไปฝาก ก็ได้รักมาเต็มกระบุงโกย..เอาไปแจกจ่ายกันนะค่ะ  จะได้มี..รัก..เป็นสิ่งป้องกันความไม่ดี...โก้ คราวต่อไปแวะไปกินลองกองถึงที่เลยดีกว่า..ทำแบบฝึกหัดใหม่...ว่าแต่หนูกาญจน์..หวานใจคุณ..จะให้ไปไหม๊เนีย... คริคริ...

Corporate as a team, bond as a family

รูปภาพของ moonoi zeros

ยินดีกะคู่แลป (^^)

>>>> ก่อนอื่นต้องยินดีกับไซด้วยน๊าาาา เป็นเจ้าสาวที่สวยมว๊ากก (แอบอิจฉาเล็กน้อย .. อิอิ) มีครอบครัวนำเพื่อนไปแล้ว มีอะไรก็ขอให้ผ่านพ้นทุกเรื่องราวได้ด้วยดีนะคะ ขอให้หนทางมีแต่กลีบกุหลาบที่สวยงามและราบรื่นตลอดไปนะคะ

>>>> เสียดายจังไม่ได้ไป (แอบเศร้า) (YY^YY)

>>>> หลังจากที่ได้เห็นบทความนี้ทำให้คิดถึงปัตตานีขึ้นมามากกว่าเดิมมากๆๆเลยทีเดียว อยากลงไปหาทุกคนจัง คิดถึงทั้งอาจารย์วรรณชไมที่แสนน่ารักของหนูด้วย อิอิ แต่ก็แอบคิดถึงนู๋มดและก้อทุกคนมากๆๆด้วยนะคะ

>>>> การเดินทางที่ดูเหมือนจะไม่ยาวไกล แต่ก็กลับยาวไกลกว่าที่ได้วางแผนไว้เยอะเลยทีเดียว (เหนื่อยมั๊ยคะ) แต่ในระยะทางที่แสนยาวไกลนั้นก็ได้ทำให้เราได้เรียนรู้ ได้รู้จัก ได้สัมผัส กับสิ่งต่างๆมากมาย ทั้ง ธรรมชาติ ผู้คน และมิตรไมตรีที่มีให้กัน ถือว่าคุ้มค่ากับการเดินทางกันเลยทีเดียว

>>>> ขอบคุณนะคะที่เอาเรื่องราวที่น่ารักมาเล่าสู่กันฟัง ทำให้หายคิดถึงไปได้นิดนึง ... อิอิ ... ซักวันหนูจะไปเหยียบปัตตานีอีกครั้งคะ

รูปภาพของ kwancha

หนูโอ..

ดีใจเป็นที่สุดมีสมาชิกใหม่มาเยือน  "หนูโอ"  ชาวกทม. แต่พลัดถิ่นมาเรียนอยู่ปัตตานี หลายปี ..  แถมอวยพรให้ ไซนุง ด้วย..เจ้าไซกลับมาจากบ้าน ..หลังแีต่งงาน ก็คงจะ surprise น่าดูค่ะ ที่โอส่งข่าวคราวมาถึง ผ่านทางเว็บนี้   แหม..ก็ "ลูกสาว"  อีกคน ที่ตอยให้กำลังใจ ประคมประหงม ช่วงที่อยู่ที่ตานี  ส่งข่าว ฝากความคิดถึงเป็นตัวอักษร จะไม่ให้ดีใจได้ไงน่ะ...  อืมม์..เกือบลืมไป นึกว่าเขียนมาบอกว่า ให้ปลดล๊อค ..จะลงทะเบียน  อิอิ..คิดถึงความหลังละซิ อยากมาปัตตานีใช่ไหม๊หล่ะ??  หวังว่าโอ คงสบายดีนะค่ะ หุ่นคงไม่เป็นดั่งเช่น user name...Moonoi...นะค่ะ ;-)).

Corporate as a team, bond as a family

รูปภาพของ moonoi zeros

ดีใจจังเลยกับคำว่า "ลูกสาว"

ขอบคุณคะอาจารย์

ตอนนี้ปัตตานีคงเปลี่ยนไปมากเลยใช่ไหมคะ หนูสบายดีคะ ชอบเปื่อยเป็นโน่นเป็นนี่บ่อยๆๆเหมือนเดิมคะ

และที่สำคัญยังอ้วนเหมือนเดิมเลยคะ อิอิ สงสัยก่อนไปหาอาจารย์ต้องรีดน้ำหนักออกซักหน่อย อาจารย์จะได้ไม่ผิดหวัง

งานที่หนูทำอยู่ตอนนี้ถือว่ามีความสุขดีคะ (ได้เจ้านายที่ดีด้วยคะ) เลยไม่ค่อยมีปัญหาอะไร

อาจจะเหนื่อยกายบ้างแต่ไม่เหนื่อยใจคะ รวมๆๆแล้วก็ดีคะ ในเรื่องความรักตอนนนี้ก้อดีม๊ากมากเลยคะ รอตามนู๋ไซไปคะ

แต่อาจจะอีกหลายปี.. อิอิ อาจารย์เตรียมตัดชุดรอนะคะ



สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี ผู้ใช้ 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 12 คน กำลังออนไลน์

สมาชิกใหม่

  • กัญญา
  • Nur-aida_chbi
Powered by Drupal, an open source content management system
Customize This
blog | about seo